Archive | Attraction in Thailand RSS feed for this section

Phu Tub Berk

17 Dec

Hi everybody. New year is coming. What’s you plan? Let me check… hmmm… I got it! ‘Phu Tub Berk’ is gonna be my New-Year goal. Get your stuffs packed and let’s go!

ภูทับเบิก จังหวัดเพชรบูรณ์

Let me tell you a little something about Phu Tub Berk. Phu Tub Berk is the highest mountain in Phetchaboon province, located in Tub Berk village in Wangban sub-district, 90 kilometres away from central Phetchaboon. Besides, there is a scenic landscape with the sea of peaks, cool breeze and nice atmosphere and so on… I can’t wait to reach there.

It’s been a while that Hmong ethnic group has moved to settle down there. They grow a cabbage farm, using a terrace cultivation system. You will see all the cabbages distantly. This is one of the highlights at Phu Tub Berk you must not miss. Moreover, you shouldn’t miss Wild Himalayan Cherry blooming all over the area which can be seen only in December until January.

For those who still have no plan for New Year festival, Phu Tub Berk can be your another choice. There’s a New Year Party arranging on December 14-22 at Tub Berk village, Wangban sub-district, Lhomkhao district, Phetchaboon province. Lots of activity awaiting.

Look at those cabbages… and that Wild Himalayan Cherry! Oh, I’m almost there. What a beautiful scenery! Let me set up the tent first. I wish you come and enjoy the moment here together. See you next time.

ภูทับเบิก

17 Dec

ใกล้ปีใหม่เข้ามาทู้กที สุขใจล่ะอยากไปเที่ยวรับลมหนาวซะจริงๆ ว่าเเล้วขอสุขใจกางแผนที่มาดูหน่อยซิ ว่าจะไปไหนดี… อ๊ะ!!! เจอแล้ว “ภูทับเบิก” ว้าว..น่าไปจังเลย ใครอยากไปกับสุขใจรีบเก็บกระเป๋าแล้วออกเดินทางไปแอ่วเหนือกันเลยนะเจ้าาา ^^

ภูทับเบิก จังหวัดเพชรบูรณ์

เพื่อนๆ หลายคนคงยังไม่รู้สิว่า “ภูทับเบิก” คืออะไร งั้นสุขใจขอเล่าระหว่างเดินทางนะคะ ภูทับเบิก เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดเพชรบูรณ์ ตั้งอยู่ที่บ้านทับเบิก ตำบลวังบาล ซึ่งห่างจากตัวจังหวัดเพชรบูรณ์ประมาณ 90 กิโลเมตร นอกจากนี้เเล้วภูทับเบิก ยังมีสภาพภูมิประเทศที่สวยงามด้วยธรรมชาติแบบทะเลภูเขา อากาศบริสุทธิ์ และเย็นสบายตลอดปีด้วยนะ ว่าเเล้วก็อยากให้ถึงเร็วๆ เเล้วล่ะสิ

เเต่เห็นเค้าบอกมาปัจจุบันนี้ชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ได้อพยพมาอาศัยอยู่ที่บ้านทับเบิก โดยประกอบอาชีพทำการเกษตรแบบขั้นบันไดตามเชิงเขา ในช่วงปลายฝนต้นหนาว จะพบเห็นไร่กะหล่ำปลีอยู่สองข้างถนนสู่ทับเบิกสวยงาม เเละช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม จะมี ดอกซากุระ หรือ นางพญาเสือโครง สีชมพูบานสะพรั่งไปทั้งภูเขาอีกด้วย และสำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่จะมาเที่ยวช่วงปีใหม่ล่ะก็ ขอบอกเลยว่าที่นี่เค้าก็จัดงานปีใหม่ม้ง ณ บ้านทับเบิก ต.วังบาล อ.หล่มเก่า จ. เพชรบูรณ์ เริ่มวันที่ 14 – 22 ธันวาคม 2555 งานจะจัดทั้งกลางวันเเละกลางคืน กลางวันชมการโยนลูกช่วง กลางคืนมีการแสดง ละคร เต้นรำ การละเล่นต่างๆ บนเวทีด้วยนะ

ถึงซะที นั่นไง กะหล่ำปลี!!! ว้าว…ต้นนางพญาเสือโคร่งบานเเล้ว สวยจังเลย (>w< ) อากาศเริ่มเย็นเเล้ว สุขใจขอตัวกางเต้นท์ก่อนนะคะ ถ้าเพื่อนๆ อยากมาสูดอากาศบริสุทธิ์เเบบเย็นๆ ละก็ รีบๆ ตามสุขใจมานะคะ ไว้เจอกันใหม่ครั้งหน้า บ้ายบาย

เที่ยวนครปฐม ชมงานวันส้มโอมณฑลนครชัยศรี

18 Sep

” ส้มโอหวาน ข้าวสารขาว ลูกสาวงาม ข้าวหลามหวานมัน สนามจันทร์งามล้น พุทธมณฑลคู่ธานี พระปฐมเจดีย์เสียดฟ้า “

เกริ่นมาซะขนาดนี้ คงเดากันได้แล้วใช่มั้ยคะว่าคราวนี้สุขใจจะพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวชม… แวะชิมของอร่อยที่จังหวัดไหนกัน

แต่นแต้นน นั่นก็คือจังหวัดนครปฐม ที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ นี่เองค่ะ คราวนี้เรามาหนีรถติดขับรถชมวิวเพลินๆไม่ถึงชั่วโมงไปเที่ยวที่จังหวัดนครปฐมกันดีกว่าค่ะ

Image

ถ้าพูดถึงจังหวัดนครปฐม เพื่อนๆ หลายคนก็คงนึกถึงแหล่งท่องเที่ยว ที่น่าสนใจมากมายไม่ว่าจะเป็น พระปฐมเจดีย์ พระราชวังสนามจันทร์ สวนสามพราน วัดไร่ขิง หรือตลาดน้ำต่างๆ ทั้งตลาดน้ำดอนหวาย ตลาดน้ำลำพญา ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้ถือเป็นสถานที่ยอดฮิตของจังหวัดนครปฐมกันเลยทีเดียว

นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจแล้ว นครปฐมยังเป็นเมืองที่อุดมไปด้วยผลไม้และอาหารขึ้นชื่อนานาชนิด แต่ที่จะไม่เอ่ยถึงคงไม่ได้ ก็คือ ส้มโอหวานๆ ลูกโตๆ ที่ถึงขนาดได้รับการกล่าวขวัญ เป็นของเด่นประจำจังหวัดกันเลยทีเดียว

Image

สุขใจแอบรู้มาว่าจังหวัดนครปฐม ถือเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีชื่อเสียงเรื่องรสชาติของส้มโอที่แสนอร่อย โดยส้มโอของจังหวัดนครปฐม 2 สายพันธุ์ที่ขึ้นชื่อและเป็นที่รู้จักดีของคนทั่วไปนั้นคือ ส้มโอพันธุ์ขาวน้ำผึ้งและพันธุ์ทองดี ซึ่งในทุกๆ ปี ที่จังหวัดจะมีการจัดงาน “วันส้มโอมณฑลนครชัยศรี” และในปีนี้งานจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 24 – 30 กันยายน 2555  ณ บริเวณวัดไร่ขิง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐมค่ะ ซึ่งภายในงานจะมีกิจกรรมต่างๆ มากมาย ทั้งการประกวดส้มโอพันธุ์ขาวน้ำผึ้งและพันธุ์ทองดี การตั้งบูทให้เลือกชิมเลือกซื้อส้มโอจากชาวสวนที่นำมาวางขายในงานโดยตรง หรือลิ้มลองเมนูเด็ดที่ถูกสร้างสรรค์จากส้มโอมาทำเป็นอาหารให้ลองชิมกันอย่างจุใจ อิ่มพุงกางกลับบ้านกันอย่างแน่นอน

Nakhon Chaisi Pomelo in Nakhon Pathom

18 Sep

From the title you guys all know where Sukjai is taking you to today, right?

Yes! It is Nakhon Pathom Province just next to Bangkok! Let’s take a short ride to our destination and indulge in the beautiful scenery alongside.

Image

When talking about Nakhon Pathom, most of you probably think about many tourist spots like Phra Pathom Chedi, Sanam Chandra Palace, Samphran Park, Wat Rai Khing, and all the floating markets. These are all the top-hit places in the province.

But besides being a famous destination, Nakhon Pathom is also home to a number of tropical fruits and foods. And the most famous one of the province is pomelo!

Image

Sukjai has heard that Nakhon Pathom produces the best pomelo in Thailand. There are 2 breeds of pomelo produced here that is well-known to Thai people: the Khao Namphueng breed and the Thong Di breed. Every year, the event Nakhon Chaisi Pomelo Day is held. In the event there are many activities such as the Best Pomelo Contest. You can try many dishes made from the delicious pomelo at this festival. This year it will be arranged on September 24-30 at Wat Rai Khing, Sam Phran District, Nakhon Pathom.

If you are planning on visiting Nakhon Pathom, all Sukjai can tell you is that you will get all the best of everything you need for a short trip! Now please excuse Sukjai for a savory pomelo dish in Nakhon Pathom!

Aside

ล่องใต้ชมพระอาทิตย์ตกดินที่ “แหลมพรหมเทพ”

23 Aug

โอ้ทะเลแสนงาม ฟ้าสีครามสดใส มองเห็นเรือใบ แล่นอยู่ในทะเล อุ้ย!

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ แหมมม ไม่ต้องตกใจไปนะคะ ที่ได้ยินเสียงเพลงอันแสนไพเราะจากสุขใจ เพราะตอนนี้สุขใจกำลังมีความสุขค่ะ ขอแอบหนีร้อนจากเมืองกรุง ล่องใต้ไปเที่ยวทะเลที่ภูเก็ต สัก 2-3 วันนะคะ อ้าว! ไหนใครชอบเที่ยวทะเลยกมือขึ้น ตามสุขใจมากันเลยดีกว่าค่า

 Image

ลงใต้คราวนี้นอกจากสุขใจจะหลบมาคลายร้อน เล่นน้ำทะเลให้ชื่นใจแล้ว สุขใจยังแอบได้ยินมาว่า ที่จังหวัดภูเก็ตนี้ มีจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่สุดแสนจะโรแมนติกมากๆอยู่ที่หนึ่ง ที่ใครๆต่างแนะนำว่ามาเยือนภูเก็ตทั้งทีไม่ควรพลาด นั่นก็คือ “แหลมพรหมเทพ” ได้ยินเกริ่นมากันสักขนาดนี้แล้ว สุขใจจะพลาดได้อย่างไร จึงขอพักจากการเล่นน้ำมาชื่นชมกันสักนิดนึงดีกว่าค่ะ

Image

สำหรับการชมวิวที่แหลมพรหมเทพ เพื่อนๆสามารถขึ้นไปชมวิวที่จุดชมวิวทางด้านบนหรือถ้าใครอยากสัมผัสบรรยากาศอย่างใกล้ชิด ก็สามารถลงไปชมวิวที่ปลายแหลมได้ค่ะ ( ลักษณะเป็นแผ่นดินยื่นแหลมลงไปในทะเล ) ซึ่งสุขใจได้แว๊บลงไปแล้วขอบอกว่าสวยงามมากๆ บรรยากาศดีสุดๆ ทั้งความสวยงามของเกาะน้อยใหญ่ที่รายรอบ น้ำทะเลสีเขียวมรกตตัดกับท้องฟ้าสีคราม ยิ่งตอนพระอาทิตย์ตกนี่สุดแสนโรแมนติก ยิ่งถ้าใครมาเป็นคู่นี่ น่าอิจฉาเป็นที่สุด เพราะแค่สุขใจมาคนเดียว ยังประทับใจอยู่ทุกวันนี้เลยค่ะ

แต่อ๊ะ ๆ!! เที่ยวชมความงามแล้ว ก็อย่าเที่ยวเพลิน จนลืมช่วยกันดูแลรักษาให้สถานที่สวยๆ อยู่กับเราไปนานๆ นะคะ ส่วนตอนนี้สุขใจขอตัวไปก่อนค่ะ แล้วคราวหน้าสุขใจจะพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวกันอีกนะคะ บ๊ายบายค่ะ ^^

เชียงคาน….แหล่งบ้านไม้โบราณสุดคลาสสิก

4 Jun

คงไม่มีใครไม่เคยได้ยินชื่อ “เชียงคาน” ชื่ออำเภอเล็กๆแห่งหนึ่งในจังหวัดเลยที่เต็มไปด้วยบ้านไม้โบราณและบรรยากาศเรียบง่ายสไตล์ชาวบ้านใช่ไหมคะ ที่นี่คือแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่กำลังฮิตรองมาจากปายเลยค่ะ สุขใจว่าที่นี่บรรยากาศคล้ายๆกันกับปายนะคะ แต่ว่าเงียบและสงบกว่ามากค่ะ

นอกจากบรรยากาศคลาสสิกที่หาชมได้ยากในปัจจุบันแล้ว เชียงคานยังมีวัดมากมายซึ่งเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวบ้านด้วยค่ะ เช่น วัดพระพุทธบาทภูควายเงินซึ่งเป็นวัดที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อปีพ.. 2478 วัดศรีคุณเมืองซึ่งเป็นวัดเก่าแก่คู่เมืองเชียงคาน อีกทั้งเป็นศิลปะที่ผสมผสานระหว่างล้านนาและล้านช้าง และวัดโพนชัยหรือวัดท่าแขกซึ่งมีพระพุทธรูปที่เก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์มาก เป็นวัดโบราณที่อยู่ริมฝั่งน้ำโขงค่ะ

สุขใจอยากแนะนำให้เพื่อนๆไปเที่ยว “แก่งคุดคู้” ค่ะ ที่นี่เป็นแก่งหินใหญ่ขวางอยู่กลางแม่น้ำโขง หินก้อนใหญ่ๆเหล่านี้อยู่ใต้น้ำเป็นเวลานาน เมื่อเวลาผ่านไปจึงทำให้หินเหล่านั้นมีสีสันสวยงามแตกต่างกันออกไป แก่งนี้กว้างใหญ่มากจนเกือบจรดสองฝั่งโขงเลยค่ะ กระแสน้ำจะไหลผ่านช่องแคบๆใกล้ฝั่งไทยเท่านั้น สุขใจอยากให้เพื่อนๆเที่ยวที่นี่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคมนะคะ เพราะว่าจะเป็นช่วงเวลาที่น้ำแห้งและมองเห็นเกาะแก่งชัดเจนที่สุดค่ะ

ภูทอก” เป็นอีกที่หนึ่งที่สุขใจคิดว่าน่าไปเที่ยวดูซักครั้งค่ะ ภูทอกเป็นเพียงภูเขาเล็กๆซึ่งอยู่ทางใต้ของเมืองเชียงคาน ที่นี่เป็นจุดชมวิวที่จะแสดงให้เพื่อนๆเห็นความงามอย่างชัดเจนของลำน้ำโขง เมืองสานะคาม และแก่งคุดคู้ค่ะ ถ้าเพื่อนๆได้ไปเที่ยวช่วงหน้าฝนหรือหน้าหนาว เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของภูทอกก็คือ หากมองจากยอดภูทอกจะเห็นทะเลหมอกแบบ 360 องศาค่ะ ว๊าว น่าตื่นเต้นจังเลยนะคะ คงจะสวยงามและโรแมนติกมากแน่ๆ

ถ้าเพื่อนๆอยากจะลองกลับไปใช้ชีวิตแบบอดีตโดยพักที่โฮมสเตย์แทนที่จะพักโรงแรมหรูระดับห้าดาว ไปไหนมาไหนโดยใช้รถจักรยานแทนรถยนตร์ที่ก่อมลพิษ ซื้อของและขนมขบเคี้ยวจากร้านค้าในหมู่บ้านแทนร้านสะดวกซื้อ เดินตลาดแทนห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ตื่นเช้ามาทำบุญตักบาตร เดินเล่นตามถนนผ่านทางยาวของบ้านไม้เพื่อสูตรอากาศบริสุทธิ์และน้อมรับรอยยิ้มจากชาวบ้านเชียงคาน ทุกคนที่นี่พร้อมต้อนรับและผูกไมตรีกับนักท่องเที่ยวเสมอค่ะ แล้วเจอกันที่เชียงคานนะคะ ^^

Chiang Khan….Thousand Smiles of Little District

4 Jun

Chiang Khan, a small district in Loei province, is a very popular attraction because of the traditional lifestyle and wooden houses.  This place has similar surroundings as Pai, but it is more quiet and peaceful. You can enjoy not only the quaint surroundings, but also numerous temples such as Phra Phutthabat Phu Kwai Ngern (registered as an ancient monument in 1935), Sri Khun Muang, an old and venerable wat decorated in Lan Na and Lan Xang styles and Phon Chai or Tha Khaek, an old temple near the Mekong riverside with ancient and holy Buddha images.

A great day trip is Kaeng Kud Ku (Kud Ku Isle) which is located in the middle of theMekongriver. The rapids attract those daring to ride the currents. I recommend you to go there between February to May because of the low tide when you can easily  see the island.

Phu Thokis another attractive place in Chiang Khan. It is a small mountain to the south of the town. From this  viewpoint you can see the majestic beauty of theMekongRiver, Sanakham inLaosandKaengKudKuclearly. The best times to go there are in the winter and rainy seasons because you can see  the mountain mists which are very stunning and romantic.

This is a great place to unwind. There are homestays rather than hotels, bicycles for hire for lazy exploration and if you get up early enough you can see Buddhist monks walking through the town so that the people can make donations and earn merit. Strolling through long streets of wooden houses in the fresh air, you will receive the smiles of the people who are always ready to welcome and make friends with tourists.

ไปไหว้พระธาตุช่อแฮที่แพร่กันเถอะ

25 May

สวัสดีค่ะ สุขใจกลับมาตามคำสัญญาที่บอกว่าจะมาเล่าเรื่องไปเที่ยวจังหวัดแพร่ ทริปแพร่คราวนี้สุขใจไปเที่ยวสถานที่ที่น่าสนใจทั้งหมด 4 ที่ค่ะ นอกจากจะเพลิดเพลินไปกับความสวยงามของสถานที่ที่ไปเที่ยวแล้ว แต่ละที่ยังมีจุดเด่นที่น่าสนใจแตกต่างกันด้วยนะคะ ลองดูซิว่าแต่ละที่มีอะไรดึงดูดใจให้พวกเราไปเที่ยวกันบ้าง


สถานที่แรกคือ วัดพระธาตุช่อแฮ ซึ่งเป็นพระธาตุประจำปีขาลที่ตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมแนวล้านนา ใครที่มาเที่ยวแพร่แล้วไม่ได้มาสักการะพระธาตุแห่งนี้ก็เหมือนมาไม่ถึงจังหวัดนี้ และหากใครนำผ้าแพรสามสีมาถวายพระธาตุแห่งนี้ก็จะทำให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองแก่ชีวิต หน้าที่การงาน เกิดความผาสุข และป้องกันศัตรูด้วยค่ะ ส่วนพระประธานที่มีอายุหลายร้อยปีของวัดนี้คือ หลวงพ่อช่อแฮ อีกทั้งยังมีหลวงพ่อทันใจ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปองค์ใหม่ที่ศักดิ์สิทธิ์ ใครมาขอพรมักจะสมปรารถนากันทั้งนั้น จุดเด่นของการขอพรอยู่ที่ไม้เสี่ยงทายค่ะ ไม้เสี่ยงทายจะทำด้วยไม้รวกหรือไม้สักและเอามาทาบกับช่วงแขนแทนการเสี่ยงทายแบบเซียมซี ใครอยากลองเสี่ยงทายด้วยวิธีใหม่ๆ เชิญได้ที่วัดพระธาตุช่อแฮนะคะ


บ้านประทับใจหรือบ้านเสาร้อยต้นเป็นที่ที่สองที่สุขใจได้ไปสัมผัส ขอบอกว่าอลังการงานสร้างมากค่ะ บ้านนี้เป็นบ้านไม้สักทั้งหลัง เสาบ้านทั้งหมดรวมแล้วก็ 130 ต้น และเป็นไม้สักท่อนใหญ่ทั้งหมด ที่สำคัญเสาแต่ละต้นมีอายุไม่ต่ำกว่า 300 ปี เขาว่ากันว่าเป็นบ้านที่ใช้ไม้สักสร้างมากที่สุดในโลกด้วยนะ ภายในบ้านจะมีทั้งตู้ไม้แกะสลัก เครื่องใช้ลาครามสมัยโบราณ “ผางลาง” ซึ่งเป็นเครื่องส่งสัญญาณแทนกริ่งหรือแตรในอดีต และสิ่งของโบราณอีกมากมายที่หาชมได้ยาก รวมถึงต้นไม้ในวรรณคดีด้วยค่ะ ความสวยงามที่ยิ่งใหญ่นี้สนนราคาค่าเข้าชมสำหรับชาวไทย 15 บาท และชาวต่างชาติ 20 บาท


สถานที่ต่อไปคือ คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ค่ะ คุ้มเจ้าหลวงเมือนแพร่แห่งนี้ไม่ธรรมดา ถึงขนาดได้รับรางวัลอาคารชนะเลิศสถาปัตยกรรมดีเด่นปี 2540 มาแล้ว ที่นี่ถูกสร้างด้วยสถาปัตยกรรมยุคต้นของรัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นแบบไทยผสมยุโรป หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าทรงขนมปังขิงค่ะ คุ้มเจ้าหลวงเก่าแห่งนี้มีความหรูหรา ตระการตาและยิ่งใหญ่มาก รอบๆตัวอาหารประดับด้วยไม้แกะฉลุสลักลวดลายอย่างสวยงามด้วยฝีมีช่างชาวจีนที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้น ถ้าเพื่อนๆอยากจะชื่นชมความสวยงามไปพร้อมกันกับศึกษาประวัติเมืองแพร่ ที่นี่น่าสนใจทีเดียวค่ะ


แล้วก็มาถึงที่สุดท้ายคือ วัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร ซึ่งเป็นวัดที่มาจาก 2 วัดรวมกัน คือวัดพระบาทและวัดมิ่งเมือง วัดนี้เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธโกศัยศิริชัยมหาศากยมุนี หรือพระคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดแพร่ อีกทั้งพระเจดีย์มิ่งเมืองซึ่งเป็นเจดีย์เก่าที่มีรอยพระพุทธบาทจำลองอยู่ภายใน นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของมูลนิธิยาขอบอนุสรณ์ ซึ่งเป็นนักเขียนชื่อดังทายาทเจ้าเมืองแพร่คนสุดท้ายนามว่า นายโชติ แพร่พันธุ์ หรือนามปากกาว่า ยาขอบ ที่นี่สามารถตอบโจทย์เพื่อนๆที่อยากสักการะพระคู่บ้านคู่เมืองและเยี่ยมชมมูลนิธินักเขียนชื่อดังของไทยได้ค่ะ
การเดินทางเยี่ยมชมจังหวัดแพร่ของสุขใจก็จบลงเพียงเท่านี้ เพื่อนๆสนใจเที่ยวที่ไหนในแพร่เป็นพิเศษไหมคะ แต่สำหรับวันนี้สงสัยสุขใจต้องหาอะไรอร่อยๆทานให้อิ่มท้องแล้วกลับไปนอนพักแล้วล่ะค่ะ แล้วเจอกันใหม่นะคะทุกคน

Let’s Pay Respects to Phra That Cho Hae at Phrae Province

25 May

Hi there! I am back from my travels in Phrae province. I visited four attractions in this trip. I found some gorgeous places and intriguing attractions. Let’s see which points are interesting in Phrae!

The first place I visited was Wat Phra That Cho Hae which is the Phra That of  the tiger year. The ancient temple, located on a hilltop in Tambon Pa Daeng, 10 km southeast of Phrae, is finely decorated in the Lanna style. It is said that people who go to Phrae without paying respect to Phra That Cho Hae can’t truly say they’ve been there. Anybody who goes  and is offered a three-colored fabric will be more prosperous in life and career, healthier, and protected from enemies.LuangPhoChoHae(FatherChoHae) the principalBuddhaimage of this temple, is more than a hundred years old. Also, there was a newBuddhaimage called Luang Pho Tun Jai (FatherTunJai) which was very holy. Many come here to make prayers. The highlight of the benediction was the wood of cast lots. It was made from reed or teak.

Baan Pra Tub Jai or “House of 100 poles” was the second place I visited. It was cool! All of the house was made from teakwood and there was 130 big teak poles each pole was more than 300 years old. Some said that it contained the world’s largest amount of teakwood in one house. Inside, you could see carved wooden cabinets, ancient porcelain, “PhangLang” which was an ancient tripper using instead of  a bell or horn, plants in literature, and numerous rare antiques. You are allowed see this incredible place by paying just 15 baht for Thai people and 20 baht for foreigners.

The next place to mention is Khum Chao Luang Muang Phrae In 1997 this building received awards for its outstanding architecture. It was built  in theKingRamaVarchitecture style which is a mix of Thai and European called gingerbread. This residence of the vassal prince is luxurious, fantastic and enormous. The building is decorated with beautiful carved wood of well-known Chinese craftsmen of that era. If you want to see how elegant it is and also become familiar with the history of Phrae province, this place is for you.

Finally, we came to the last attraction of the Phrae trip Wat Phra Bat Ming Muang which combines two temples, Wat Phra Bat andWatMingMuang.PhraBuddhaKosaiSitichaiMahaShakayamuni, the respectableBuddhaimage of Phrae, can be seen in this temple. What is more,ChediMingMuang, an ancient pagoda withBuddha’s footprint, can be seen here also. An interesting attraction too is the Memorial Foundation of Yakob, a famous writer  from the region,ChotePhraephunor Yakob who was the last heir of the Phrae rulers. This attraction is a destination for those people who want to pay respects to the respectableBuddhaimage and at the same  time visit the foundation of a renowned writer.


เมื่อสุขใจไปน่าน

23 May

สุขใจออนทัวร์อีกแล้วค่ะ  พอดีมีเวลาว่างก็เลยถือโอกาสเที่ยวจังหวัดน่านให้ทั่วเลยดีกว่า  เพื่อนๆพร้อมจะไปกับสุขใจหรือยัง  ถ้าพร้อมแล้ว….เราไปกันเลย

น่านเป็นจังหวัดที่อยู่ในภาคเหนือตอนบนของประเทศไทยซึ่งมีชายแดนติดกับประเทศลาว  ไม่น่าเชื่อนะคะว่าจังหวัดทางภาคเหนือซึ่งมีแต่ป่าไม้และภูเขาที่สวยงามจะเป็นแหล่งเกลือโบราณขนาดใหญ่  ใหญ่จนสามารถเป็นสินค้าส่งออกได้เลยทีเดียว  แหล่งเกลือโบราณนี้มีอยู่ 2 บ่อ  คือ บ่อเหนือและบ่อใต้  ทั้ง 2 บ่ออยู่ในอำเภอบ่อเกลือค่ะ  ชื่อก็บอกยี่ห้อแล้วว่าอำเภอนี้ผลิตเกลือแน่ๆ   และที่สำคัญที่นี่ขายเกลือสินเธาว์เพียงถุงละ 20 บาทเท่านั้นแต่รับรองว่าจะได้เกลือถุงใหญ่ชนิดที่ว่าชีวิตนี้ไม่ขาดไอโอดีนแน่นอนค่ะ  นอกจากจะได้ซื้อเกลือไปเสริมไอโอดีนกันแล้ว  เพื่อนๆยังสามารถชมการสาธิตวิธีการทำเกลือด้วยนะคะ

สถานที่ต่อไปที่เราจะไปเที่ยวกันคือ อุทยานแห่งชาติดอยภูคา  และพระเอกนางเอกของอุทยานแห่งชาติภูคาคือ  ดอกชมพูภูคาและเต่าร้างยักษ์ภูคา  ซึ่งเป็นพันธุ์ไม้หายากที่มีที่นี่เพียงที่เดียวในประเทศไทย  และที่สำคัญดอกชมพูภูคาจะบานเฉพาะในฤดูร้อนเท่านั้น  สุขใจก็เลยตัดสินใจเดินตามเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติชมพูภูคาเพื่อไปชมความงามของพันธุ์ไม้ป่าดิบเขา  ต้นเต่าร้างยักษ์  น้ำตกภูฟ้า  ถ้ำยอดวิมาน  ถ้ำผาฆ้อง  และพิชิตยอดดอยภูแว  สุขใจอยากจะบอกว่าความสวยงามและความร่มรื่นที่ได้เห็นนั้นคุ้มกับความเหนื่อยมากๆเลยค่ะ  นอกจากนั้นที่นี่ยังมีข้าวกล้องขายในราคาถูกอีกด้วย

สดชื่นกับความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติมา 2 แห่งแล้ว  ลองมาชื่นชมจิตรกรรมฝาผนังฝีมือชาวเหนือกันบ้างนะคะ  จิตกรรมฝาผนังแห่งแรกอยู่ที่วัดภูมินทร์  ภาพจิตรกรรมหรือ “ฮูบแต้ม” จะเกี่ยวกับชาดกในพระพุทธศาสนาและรายละเอียดของวิถีชีวิตคนเมืองในสมัยนั้น  ภาพที่น่าสนใจและเด่นที่สุดเห็นจะเป็นภาพปู่ม่าน  ย่าม่าน  ซึ่งเป็นทำเรียกหญิงชายชาวไทยลื้อในมัยโบราณที่กระซิบคุยกัน  วัดที่สอง คือ วัดหนองบัว  จิตรกรรมฝาผนังของวัดนี้จะเกี่ยวกับนันทคาธชาดก  พุทธประวัติ  และสภาพความเป็นอยู่ของคนในสมัยโบราณ  โดยเฉพาะเรื่องการแต่งกายของผู้หญิงที่นุ่งผ้าซิ่นลายน้ำไหล  หรือผ้าซิ่นตีนจกซึ่งปัจจุบันยังคงเป็นสินค้าหัตถกรรมที่มีชื่อเสียงของชาวไทยลื้อค่ะ

สุขใจอยากจะนำเสนอที่เที่ยวของจังหวัดน่านอีกที่หนึ่งคือ หอศิลป์ริมน่าน  ซึ่งจะจัดนิทรรศการแสดงผลงานศิลปะของศิลปินหลายๆท่านผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป  รวมถึงผลงานของสมเด็จพระเทพฯด้วย แต่หลักๆจะเป็นผลงานของอ.วินัย  ปราบริปู  ซึ่งเป็นเจ้าของหอศิลป์แห่งนี้ค่ะ  บางส่วนของการจัดแสดงเราอาจจะต้องซื้อตั๋วเข้าชมราคา 20 บาทสักหน่อย  แต่ก็คุ้มกับการได้ดูผลงานที่สวยงามของศิลปินไทยใช่ไหมล่ะ

เป็นยังไงคะจังหวัดน่านของเรา  มีทั้งสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ  จิตรกรรมฝาผนัง  สินค้าพื้นบ้านและสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่สวยงาม  ลองหาเวลาว่างสัก 3-4 วันไปเที่ยวน่านกันไหมคะ  แล้วจะรู้ว่าประเทศไทยยังมีอะไรอีกเยอะ!  ส่วนครั้งหน้าสุขใจจะมาเล่าเรื่องไปเที่ยวแพร่  แล้วพบกันใหม่ค่ะ

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.